บทที่ 5 งานแต่งที่น่ากลัวที่สุด

ตอนที่ 5 งานแต่งที่น่ากลัวที่สุด

“ในเมื่อคุณเพิ่งเห่า เอ้ย...เพิ่งพูดออกมาเองว่ากลัวคนของคุณมาร์คัสคอยตามแอบดู นั่นแสดงว่าผมควรแสดงบทบาทลูกรักของพวกคุณให้สมจริงหน่อยสิจริงมั้ย เอาล่ะคุณพ่อ...คุณแม่ มากอดราตรีสวัสดิ์ลูกรักที่พลัดพรากจากกันไปนานหน่อยสิครับ” ลูกชายที่เขาไม่เคยต้องการเดินเข้ามาสวมกอด ก่อนกระซิบประโยคที่ทำให้สองสามีภรรยาขนลุกซู่

"ฉันขยะแขยงแก ศิตลา"

“ถ้าไม่อยากถูกผัวในอนาคตผมยิงตายคาบ้าน ช่วยทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีกับลูกชายอย่างผมหน่อยนะ”

ในเมื่อหนีไม่ได้ อย่างนั้นการสวมรอยเล่นบทบาทตามน้ำ จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี ยิ่งเมื่อเห็นกับตาแล้วว่า นายมาร์คัสคนนี้มีบารมีน่าเกรงขามมากแค่ไหน ขอเพียงเขาเก็บความลับเรื่องที่ตัวเองสวมรอยแต่งงานแทนอรัญไปได้จนกระทั่งคลอดลูก ทุกอย่างมันก็ควรจะจบลงด้วยดี อีกทั้งนายณรงค์เดชและคุณหญิงเพียงนภา คงไม่กล้าปากสว่าง พูดออกไปว่าคนที่ตัวเองส่งไปแต่งงานนั้นเป็นตัวปลอม นอกเสียจากคนพวกนี้อยากถูกฆ่าล้างโคตรเท่านั้น

รวดเร็วจนศิตลาแทบตั้งตัวไม่ทัน เพราะงานแต่งงานถูกจัดขึ้นหลังจากคืนงานเลี้ยงต้อนรับเพียงสามวันเท่านั้นเอง โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟสว่างไสว ชนิดที่เรียกว่าทุกสายตาของคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมา ทั่วทั้งกรุงเทพต้องเหลียวมองพร้อมกับคำถามในหัวว่า

“มีงานอะไร?”

โรงแรมใหญ่สามารถจุนักท่องเที่ยว แขกที่เข้าพักได้มากกว่า 5,000 คน ถูกเจ้าบ่าวเอาแต่ใจสั่งปิด เหมาทั้งโรงแรมเพื่อใช้พื้นที่ทั้งหมดจัดพิธีแต่งงาน รถลีมูซีนยาวเกือบเท่ารถเมล์สีดำต่อแถวเป็นขบวนยาว แล่นเข้ามาภายในงานอย่างต่อเนื่อง เสียงสัญญาณจากวิทยุสื่อสารดังผ่านหูฟังของเหล่าบอดี้การ์ดเกือบ 300 คน ดังประสานกันคอยรายงานทุกความเคลื่อนไหว

ศิตลา เอียงศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่างรถลีมูซีน ที่กำลังเคลื่อนตัวแล่นเข้าไปจอดเทียบด้านหน้าโรงแรมอย่างช้า ๆ อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกลับเข้าไปยังช่องอก อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ชีวิตของเขากำลังจะเปลี่ยนไป เพียงก้าวเท้าลงจากรถคันนี้ เขาจะไม่ใช่ศิตลาลูกนอกสมรสที่ไม่มีใครต้องการอีกแล้ว

แต่จะกลายเป็น ศิตลาภรรยาของ มิสเตอร์มาร์คัส เจเดน อัลบลูวาร์เดน มาเฟียรัสเซียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบสองทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือใครก็ตามแต่ จะไม่สามารถบงการชีวิตของเขาได้อีก

ทันทีเมื่อรองเท้าคัทชูสีขาวครีมแตะสัมผัสพรมแดงเบื้องล่าง แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปนับร้อย กับเสียงรัวชัตเตอร์ดังจนหูของศิตลาแทบฟังอะไรไม่ได้ยิน ตาพร่าเพราะแสงจ้าสว่างพุ่งเข้ามาซ้ำๆ จนน้ำตาแทบไหล

“อื้อ” โดยอัตโนมัติหน้าสะบัดเปลือกตาปิดเพื่อต้องการปรับแสงพร่า

“หยุด!” ไหล่สะดุ้งเมื่อเสียงดุดังขึ้น ก่อนเสียงแชะๆ จากชัตเตอร์นับร้อยจะสงบลงในเสี้ยววินาที ตอนนั้นเองที่ศิตลาสามารถฝืนลืมตากลับขึ้นมาได้อีกครั้ง จึงได้เห็นคนที่ทำให้นักข่าวทั้งหลายกลัวจนถึงขนาดยอมลดกล้องถ่ายรูปลง

“เชิญครับ คุณมาร์คัสกำลังรอคุณอยู่ด้านใน” ไบรอัน สมิธ บอดี้การ์ดมือขวามาเฟียโหดเดินออกมารอต้อนรับเจ้าสาวของนายใหญ่ ตาขวางมองไปยังกลุ่มนักข่าวจากหลายสำนัก 

“อ่อ ขอบคุณ” 

สำหรับคนอื่นมันอาจดูเหมือน นี่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่สำหรับมาร์คัส มันคือการประกาศศักดาชัดเจนว่า ศิตลาคนนี้คือภรรยาของตน แม้แต่นายณรงค์เดชและคุณหญิงเพียงนภา ยังไม่กล้าเสนอหน้าเดินเข้ามาทักทายคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกตัวเอง

“งานแต่งเหี้ยอะไรวะเนี่ย น่ากลัวฉิบหาย”

พรมแดงถูกปูลาดเป็นทางยาวตั้งแต่ทางเข้า ขึ้นไปจนถึงเวทีใหญ่ ขณะสองฟากฝั่งเต็มไปด้วยแขกเหรื่อจำนวนมาก ไม่ต้องเดาให้ยากว่าคนเหล่านี้ฐานะรวยมาก รวยน้อยแค่ไหนเพราะแต่ละคนขนบอดี้การ์ดมายืนประกบ จนเหมือนนี่คืองานชุมนุมกลุ่มแกนนำกบฏ โจรข้ามชาติ หรืองานเลี้ยงรุ่นมาเฟียจากทั่วทุกมุมโลก มากกว่าจะเป็นงานแต่งงานธรรมดา บนเวทีมาเฟียรุ่นใหญ่ยืนสูบซิการ์ รอคอยการมาของ ‘แม่พันธุ์ชั้นเลิศ’ อย่างใจเย็นที่สุด

“ฮึ มาได้สักที พิธีการยุ่งยาก วุ่นวาย โคตรน่ารำคาญ” เสียงเหี้ยมดังลอดไรฟัน ทำเอาพิธีกรยืนตัวสั่นเยี่ยวแทบราด ซิการ์ฉุนถูกยกขึ้นสูบ อัดควันเข้าไปในปอด ตามองตรงมายังคนที่ตนเองตกลงใจยกฐานะภรรยาคนแรกและคนเดียวให้ 

“เอ่อ เจ้าสาวมาถึงแล้วครับ”

“เห็นฉันตาบอดหรือไง” ซิการ์มวนใหญ่สูบไปไม่ถึงครึ่งถูกนิ้วดีดลงไปบนพื้น ปลายรองเท้ายื่นตามไปขยี้มันจนแหลกละเอียด เป็นเวลาเดียวกับศิตลา คู่สมรสอายุรุ่นราวคราวลูก เกิดช้ากว่าเขา 25 ปี เดินมาถึงกลางเวทีพอดี

“มาได้สักที” 

“ผมควรมาถึงเร็วกว่านี้ ถ้าขบวนลีมูซีนของคุณลดจำนวนลงเหลือสักสิบคัน รู้หรือเปล่าว่าขบวนแห่เจ้าสาวทำรถติดไปทั่วกรุงเทพ”

“ฉันไม่สนความเดือดร้อนของใคร ฉันแค่ต้องการให้คนทั้งโลกรู้ว่า วันนี้ฉันแต่งงาน” ท่อนแขนถูกยื่นออกมาด้านข้าง ศิตลาปรายหางตามองมันนิดหน่อย จากนั้นสอดมือลงไปคล้อง ยอมขยับเดินขึ้นไปยืนอยู่เคียงข้างมาเฟียเหี้ยม

สำหรับมาร์คัสเขาไม่จำเป็นต้องยิ้ม ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแสดงท่าทีมีความสุข หรือกล่าวถ้อยคำสวยหรูน่าอายต่อหน้าแขกเหรื่อ ซึ่งมากกว่าครึ่งเป็นศัตรู น้อยกว่านั้นมีฐานะเป็นคู่ค้า นักธุรกิจคนสำคัญระดับโลก ส่วนอีกหยิบมือที่ไม่แม้แต่กล้ายกมือขึ้นมาปรบมือเข้าหากันเพื่อต้อนรับลูกหลาน คือญาติฝั่งเจ้าสาวในคืนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป